คอมพิวเตอร์ศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

นำเสนอผลงานวิจัย Leipzig, Germany

ประสบการณ์จากการไปนำเสนอผลงานวิจัยที่เมือง Leipzig ประเทศ Germany

จากที่ท่านอธิการบดี ได้ให้ข้าพเจ้าได้เล่าประสบการณ์จากการไปนำเสนอผลงานวิจัย ในงานสัมมนาวิจัย ICSP 2008 ณ เมือง Leipzig ประเทศ Germany ระหว่างวันที่ 10-18 พฤษภาคม 2551 ที่โรงแรม West Innซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานส่วนหนึ่งของงานวิจัยในระดับปริญญาเอกที่กำลังศึกษาอยู่ ณ ขณะนี้ ข้าพเจ้าออกเดินทางจากประเทศไทยในคืนวันที่ 8 พ.ค. ถึงเมือง Munich ตอนเช้าวันที่ 9 พ.ค. แล้วเดินทางต่อไปถึงเมือง Leipzig ตอนประมาณบ่าย 3 ด้วยรถไฟ DB (เป็นรถไฟที่ใช้เดินทางระหว่างเมือง – ประเทศ ของเยอรมัน) โดยก่อนเดินทางได้ซื้อตั๋วรถไฟ Euro Rail Pass ไว้แล้ว ตั๋วรถไฟชนิดนี้สามารถใช้เดินทางภายในประเทศเยอรมันได้ทุกเส้นทาง และสามารถใช้เดินทางข้ามไปยังประเทศใกล้เคียงได้อีกด้วย โดยตอนซื้อต้องระบุจำนวนวันที่ใช้และจำนวนประเทศที่ต้องการจะไป ซึ่งราคาก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนวันและจำนวนประเทศที่ต้องการเดินทางไปนั่นเอง แต่จะสะดวกและคุ้มสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศนี้มากๆ ค่ะ ที่เมือง Leipzig เป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งใกล้ๆ Berlin ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเยอรมัน อุณหภูมิที่นี่โดยเฉลี่ยประมาณ 15 องศา ก้าวแรกที่มาถึง สิ่งที่สร้างความประหลาดใจก็คือ การแต่งกายของวัยรุ่นที่นี่ ส่วนใหญ่จะใส่ชุดดำเหมือนพ่อมดและแม่มด รวมไปถึงรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับต่างๆ การทำผม แต่งหน้า ก็เข้ากับชุดพ่อมดและแม่มดจริงๆ บางคนมากันเป็นคู่ ผู้ชายมีโซ่ล่ามคอ ส่วนผู้หญิงเป็นคนจูง (แต่ยังไม่ถึงขนาดเฆี่ยนตีมาด้วยนะคะ) เห็นแล้วทำให้นึกถึงเด็กวัยรุ่นที่ญี่ปุ่นที่แต่งตัวแปลกๆ หลุดโลก แถวๆ ฮาราจูกุ เลยไม่รู้ว่าที่นี่ หรือที่ญี่ปุ่นหลุดโลกกว่ากัน

คลิกที่รูปเพื่อ zoom-in หรือ zoom-out
กดแป้นลูกศรขวา-ซ้ายเพื่อเปลี่ยนภาพ

จากการเดินสำรวจเมือง Leipzig ตามเส้นทางท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นการชมสถาปัตยกรรมของอาคาร โบสถ์คริสต์ ร้านอาหารบรรยากาศดี ด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบาย และแผนที่ที่ชัดเจน ทำให้สามารถเดินสำรวจได้อย่างง่ายดาย สิ่งแรกที่ประทับใจในการมาถึงวันนี้คือความมีน้ำใจ และเอื้อเฟื้อจากคนเยอรมัน หลายครั้งที่ก้มลงมองแผนที่เพื่อดูว่าสถานที่ ที่ต้องการจะไปนั้นไปทางไหน หรือเวลาที่ไปดูป้ายที่อธิบายสถานที่หรือประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่างๆ ก็จะมีชาวเยอรมันใจดีที่เข้ามาถามว่าต้องการให้ช่วยมั้ย โดยไม่ต้องเอ่ยปากเลย ถึงแม้ว่าสำเนียงภาษาอังกฤษของชาวเยอรมัน จะฟังยากอยู่สักหน่อย บวกกับความสามารถทางภาษาของข้าพเจ้าที่ไม่แข็งแรงสักเท่าไร ทำให้งุนงง สับสน เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างอยู่เหมือนกัน แต่ก็พอสื่อสารกันเข้าใจ นี่คือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่นึกถึงทีไรก็ประทับใจทุกทีค่ะ

วันที่ 10 พ.ค. วันแรกของงานสัมมนา มีผู้มาร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก แยกกลุ่มตาม section ของงานวิจัย ผู้เข้าฟังก็เข้าตาม section ที่สนใจ โดยข้าพเจ้าต้องนำเสนอผลงานวิจัยในช่วงบ่าย 3 โมงเย็น รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ด้วยความที่เป็นครั้งแรกที่ได้ไปนำเสนอที่ต่างประเทศ และความไม่คล่องของการใช้ภาษา รวมทั้งต้องตอบคำถามต่างๆจากผู้เข้าฟัง โดยที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะเจอกับคำถามอะไรบ้าง ณ เวลานั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือต้องพยายามให้ดีที่สุด และมีสติมากที่สุดเท่านั้น และในที่สุดการนำเสนอก็ผ่านพ้นไปด้วยดี จากการอธิบายด้วย presentation ที่ได้เตรียมไป และการตอบคำถามจากผู้เข้าฟังจำนวนหนึ่ง ด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก พยายามใช้ภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ (ไม่ห่วง tense หรือรูปประโยคใดๆ แต่ขอให้คนถามเข้าใจได้ก็พอ ซึ่งบางคนเคยให้เทคนิคว่าถ้าฟังคำถามไม่เข้าใจก็ให้ตอบไปแบบไม่ต้องห่วงคำถาม … อันนี้ไม่แน่ใจว่าควรทำตามรึเปล่านะคะ)

พอนำเสนอเสร็จเรียบร้อย เหมือนยกภูเขาออกจากอกจริงๆ ค่ะ จากนี้ก็จะได้มีเวลาในการรับรู้ข้อมูลงานวิจัยใหม่ๆ และรับประสบการณ์จากต่างแดนได้อย่างเต็มที่เสียที หลังจากที่เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับเลย ทั้งกังวลและตื่นเต้น รวมทั้งยังปรับตัวเรื่องเวลาที่ต่างกันยังไม่ได้ด้วย ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมงานสัมมนาต่อเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งได้พยายามเข้าฟังงานวิจัยจากนักวิจัยคนอื่นๆ ในหัวข้อที่น่าสนใจ และคิดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด

หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ข้าพเจ้าเดินทางไปเมือง Berlin ซึ่งอยู่ห่างจาก Leipzig ไม่มากนัก โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ในมือมีหนังสือนำเที่ยวแต่ละเมืองของประเทศเยอรมัน หลังแบกเป้ไป 1 ใบ ภายในมีถุงมือ ผ้าพันคอ หมวก (เนื่องจากอากาศในตอนค่ำๆ จะเย็นขึ้นมาก) และน้ำดื่มขวดขนาด 1 ลิตร น้ำดื่มที่นี่ราคาแพง เพราะเป็นน้ำแร่ ถ้าเป็นน้ำธรรมดา (ที่ไม่ธรรมดา) ราคาถูกกว่าจะเป็นน้ำอัดแก๊ส ซึ่งตอนมาวันแรกๆ นั้น ซื้อผิดทุกที เพราะนึกว่าเป็นน้ำดื่มเหมือนบ้านเรา ข้างขวดเป็นภาษาเยอรมันทั้งหมด อ่านไม่ออกแต่พอขอดื่มไปอึกเดียวก็รู้สึกได้ว่า “ซื้อผิดอีกแล้วหรือนี่” การท่องเที่ยวในเมือง Berlin นั้น ข้าพเจ้าเลือกวิธีการเดินสำรวจ ตามแผนที่ เพราะเป็นวิธีที่จะได้สัมผัสกับรสชาติ และบรรยากาศของการท่องเที่ยวได้ดีที่สุด ซึ่งระยะทางในการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ของเมือง Berlin นั้นเป็นระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร (ถ้าหลงก็จะได้หลงแบบสาหัสทีเดียว) ที่นี่ข้าพเจ้าใช้เวลา 2 วันในการเดินเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ จนครบ

วันที่ 7 ของการเดินทาง ได้มีโอกาสไปเมือง Dresden ซึ่งใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากเมือง Leipzig ประมาณ 1 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน ที่นี่สถาปัตยกรรมงดงามมาก ทั้งพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ โรงละครโอเปรา ใช้เวลาในการท่องเที่ยวในเมืองนี้ด้วยการเดิน เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร มาอยู่ที่นี่หลายวันเริ่มคิดถึงอาหารไทยมากๆ เดินไปทางไหนก็เจอแต่ขนมปัง เบอร์เกอร์ Pretzel ร้านอาหารเอเชียจะมีอยู่ที่สถานีรถไฟบ้าง แต่รสชาติแตกต่างจากที่เคยทานโดยสิ้นเชิง เพราะแม่ครัวส่วนใหญ่จะเป็นชาวเวียดนาม ต้มยำกุ้งมีเห็ดกับกุ้ง กับน้ำแกงที่มีน้ำพริกอยู่เล็กน้อย ซึ่งก็ยังดีกว่าอาหารฝรั่งที่ต้องทานอยู่หลายวัน และยังดีที่ได้พกบะหมี่สำเร็จรูปจากเมืองไทยไปด้วย ซื้อต้มยำกุ้งมาแล้วเอาบะหมี่ใส่ลงไป ทำแบบนี้อยู่หลายมื้อทีเดียวค่ะ

ใน 2 วันก่อนที่จะกลับเมืองไทย ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเมือง Munich หรือที่ชาวเยอรมันเรียกว่า Munchen นั่นเอง เพราะต้องมาขึ้นเครื่องบินกลับที่นี่ เลยมีโอกาสได้ท่องเที่ยวในเมือง Munich อีกสักหน่อย ที่นี่มีทั้งโบสถ์ ปราสาท และแหล่งให้เดิน Shopping มากมาย ทั้งสินค้า Brand name น้ำหอม ของที่ระลึก รวมถึงตลาดสดผักและผลไม้ ด้วย และที่นี่เอง ที่ได้มีโอกาสได้ลิ้มรส ขาหมูเยอรมันของแท้ ทำให้รู้ว่าขาหมูเมืองไทยอร่อยกว่าเยอะค่ะ ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสได้ไปนำเสนอผลงานวิจัยในระดับนานาชาติในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา โดยท่านอธิการบดี และบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูง ที่กรุณาสนับสนุนเงินทุนส่วนหนึ่งและทำให้ได้มีโอกาสได้ไปนำเสนองานวิจัยในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณ ดร.ศศิพร อุษณวศิน อาจารย์ที่ปรึกษาที่คอยให้คำแนะนำมาโดยตลอด ซึ่งจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ในครั้งนี้มาใช้ในการทำงานและการศึกษาต่อไป

ผลงานวิจัย:
หัวข้อ : Project Assets Ontology (PAO) to Support Gap Analysis for Organization Process Improvement Based on CMMI v.1.2
ตีพิมพ์ใน : Making Globally Distributed Software Development a Success Story of Lecture Notes in Computer Science, Springer
Download เอกสาร: http://dx.doi.org/10.1007/978-3-540-79588-9_8
ฐานข้อมูลงานวิจัย: SpringerLink http://www.springerlink.com/content/904687421j2p7544/